 |
| สิ่งที่ห้ามทำในการขายของบนอีเบย์ |
- ห้ามคัดลอก (Copy) รูปภาพของบุคคลอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาติมาลงขายสินค้าของเรา
- ห้ามคัดลอกข้อความ, Title, Description ของบุคคลอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาติ ควรเขียนขึ้นด้วยสำนวนตัวเอง (Paraphase) สองข้อนี้เป็นตัวหลักเลยที่จะทำให้ผิดกฎของอีเบย์
- ผลจะเกิดขึ้นเมื่อ
- เจ้าของภาพไปเจอ แล้วส่งข้อมูลให้ทาง eBay Support ผ่านทาง Report Item, ซึ่งจะมีในทุกหน้าของการขายสินค้า
- บุคคลอื่นเช่น ลูกค้า, ผู้เข้าชม ไปเจอข้อมูลที่เหมือนกันแล้วรายงานผลไปยัง eBay Support
- ผลที่ตามมา
- Account เราจะถูกระงับชัวคราว หรือขั้นรุนแรงอาจจะถูกระงับเลย
- ภาพพจน์ของเราเสียหาย เพราะปกติภาพที่ขายบนอีเบย์จะมีลายน้ำ (Watermark) ติดอยู่ที่ภาพ ที่รุ่นแรงคือเป็นของที่เราขายไปแล้ว แล้วมีเจ้าของเค้ามาเจอ หรือลูกค้าเค้ามาเจอ และรายงานไปที่ eBay Support (กรณีที่ขายไปแล้ว เราไม่สามารถลบรายการที่ขายออกไปได้เลย โอกาสคนมาเจอก็สูงขึ้น)
- รายการที่ขึ้นจะถูกยกเลิก
- ค่าแปะสินค้าจะถูกยึดทันที
- สิทธิด้านต่างๆ จะถูกจำกัดเช่น การติดอันดับต้นๆ ของการค้นหา, ส่วนลด
- ถ้ามีสถานะเป็น Power Status สถานะก็จะถูกยกเลิก
- ข้อมูลเพิ่มเติม Item Description and Picture Theft policy:
http://pages.ebay.com/help/policies/vero-image-text-theft.htm
|
| |
| การวิเคราะห์การขาย |
การวิเคราะห์การตลาดก่อนการขายทำให้เราทราบว่าการขายสินค้าแบบไหนเป็นที่ต้องการของลูกค้า ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องค้นหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนการขายสินค้าบนอีเบย์ เว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับการตลาดบน eBay คือ terapeak.com มีทั้งแบบฟรี และแบบจ่ายเป็นรายเดือนประมาณ $25 หรือประมาณ 875 บาท
สำหรับแบบฟรี มีความแตกต่างกับแบบรายเดือนคือ แบบฟรีสามารถดูข้อมูลได้น้อยกว่าเช่น ข้อมูลย้อนหลังสูงสุด 14 วัน แบบรายเดือนจะมีข้อมูลมากกว่า และมีเครื่องมือในการทำการตลาดมากกว่า |
| |
| เว็บแปลภาษา |
| ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารบน eBay หลักๆ คือภาษาอังกฤษ ดังนั้นดิกชันนารี่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เว็บไซต์ที่ให้บริการด้านดิกชันนารีเช่น Dict.longdo.com ซึ่งสามารถแปลอังกฤษเป็นไทย และไทยเป็นอังกฤษ หรือถ้าต้องการแปลข้อความเป็นภาษาอื่นเช่นญี่ปุ่นก็อาจเลือกใช้เว็บแปลภาษาได้เช่นของ Google |
- ดิกชันนารี่ (Dictionary online) [ Go ]
- แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาอื่นๆ (Language Translate) โดย Google [ Go ]
|
| |
| การขนส่งสินค้า |
การส่งสินค้าแบ่งไปยังปลายทางหลักๆ คือการส่งสินค้าทาง Thailand Post และ DHL, FedEx, TNT การขนส่งทาง Thailand Post หลักๆ ที่ใช้กันในการส่งสินค้าขนาดเล็กคือส่งผ่านทาง Registered Airmail และ Registered Small Packet ระยะเวลาในการส่งสินค้าประมาณ 7-21 วัน (2-3 business days) ไม่นับวันส่ง และวันหยุด ความแตกต่างของการส่งสองแบบนี้คือ การส่งแบบ Registered Airmail สามารถผนึกกล่องสินค้าได้ ผู้ส่งสินค้าจะไม่สามารถเปิดดูสินค้าข้างในได้ แบบ Registered Small Packet ไม่สามรถผนึกกล่องสินค้า ผู้ส่งสามารถแกะกล่องเพื่อตรวจสอบดูสินค้าข้างในได้ ข้อแตกต่างอีกประการคือการส่งแบบ Registered Small Packet จะถูกกว่า Registered Airmail
สำหรับการส่งสินค้าผ่านทาง DHL, FedEx, TNT ระยะการส่งของจะรวดเร็ว และปลอดภัย แต่ข้อเสียคือค่าขนส่งแพง |
| การคำนวณค่าขนส่งจะแบ่งออกเป็นสองแบบคือ การคำนวณโดยใช้น้ำหนักเป็นเกณฑ์ และแบบที่สองคือการคำนวณโดยใช้ขนาดเป็นเกณฑ์ |
| |
การคำนวณค่าขนส่งสามารตรวจสอบค่าขนส่งได้ที่
|
| |
| การติดตามสินค้า |
- บริการลงทะเบียน Registered (การส่งของบางไปรษณีย์ไม่สามามาถเช็คสถานะได้ ทางไปรษณีย์กำลังปรับปรุง)
- บริการ EMS
- บริการทั้ง EMS และลงทะเบียน
- การติดตาสินค้ากรณีสินค้าเกินกำหนดระยะเวลา (กรณีลงทะเบียน และ EMS เท่านั้น) ได้ที่ Thailand Post
ซึ่งจะทำได้ 3 ช่องทางคือ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ส่งของ ทางโทรสาร หรือช่องทางอีเมล์
(postalcare@thailandpost.co.th)
- เอกสารที่ต้องเตรียม
- รหัสการลงทะเบียน (Tracking number)
- ชื่อและที่อยู่ผู้รับ
- ชื่อและที่อยู่ผู้ส่ง
- รายละเอียดของที่ส่ง
- มูลค่าสินค้า
- ที่ทำการไปรษณีย์ที่จัดส่งสินค้า หรือ
- ส่งเอกสารไปที่ (โทรสาร): 02-831-3550 ถึง 1 หรือ
- ส่งเอกสารไปที่อีเมล์ postalcare@thailandpost.co.th
|
| |
| ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไปรษณีย์ไทย |
- ไปรษณีย์ไทยมีบริการรับของถึงที่บ้าน (Door to Door) เฉพาะ EMS ระหว่างประเทศ (ฟรี)
- เชียงใหม่โทร 053-241-070
- ที่อื่นๆ โทรถาม 1545
|
| |
| การโปรโมทเว็บไซต์ (กรณีมีเว็บไซต์ส่วนตัว) |
- Google [ Go ]
- Yahoo [ Go ]
- Altavista [ Go ]
- Live [ Go ]
|
| |
| การเขียน Title และ Sub Title |
|
การเขียน Title ของสินค้านั้นสำคัญสุดในการขายของบนเว็บไซต์ เนื่องจากผู้ซื้อจะคนห้าข้อมูลโดยการใช้คำเฉพาะ (Keywords) ในการคนหาซื้อ Keywords เหล่านี้จะนำไปค้นหาใน Title เป็นหลัก ดังนั้นการเข้าใจการเขียน Title จึงเป็นสิ่งแรกที่จะต้องรู้ก่อนขายสินค้าจริง
- วิธีที่ดีที่สุดคือใช้ตัวอักษรให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ในชื่อสินค้า เพื่ออธิบายสินค้านั้น (ปกติไม่เกิน 55 คำ)
- หาคำหลักที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้า แล้วเอามาเขียนเป็นรูปประโยค (Sentence) หรือวิลี (Phrase)
|
| |
| การเขียน Description |
|
การเขียนคำอธิบาย (Desctiption) นั้นเป็นการให้ข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนทำให้โอกาสในการขายสินค้าเพิ่มขึ้น ดังนั้นการเขียนคำอธิบายที่ง่ายๆ ชัดเจนทำให้ผู้สนใจเข้าใจผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบถ้วน และสิ่งที่ไม่ควรลืมในการเขียนคำอธิบายคือ
- สี/ลวดลาย/มิติ (Dimension)
- ยี่ห้อ/ผู้ผลิต
- ปีที่ผลิต
- สภาพ (ใหม่, ใช้แล้ว, โบราณ, มีตำหนิ)
- คุณสมบัติเด่น หรือเอกลักษณ์ของสินค้า
- แจ้งวิธีชำระเงินที่ต้องการ ทางเลือกในการส่งสินค้าและนโยบายการรับคืนของ
อ้างอิงจากเอกสาร คู่มือเริ่มต้นนักขายอีเบย์
|
| |
| ค่าใช้จ่ายในการลงทุน |
| การคำนวณค่าใช้จ่ายในการขายของบน eBay นั้นจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการคำนวณราคาขายผิดพลาดจะทำให้ขาดทุนได้อย่างง่ายดาย |
| ลำดับ |
รายการ |
|
| 1 |
การวิเคราะห์การตลาด |
แบบฟรี / แบบรายเดือน |
| 2 |
ค่าประกาศขายสินค้า (Insertion fee) |
จ่ายทุกรายการสินค้าที่ขึ้น ไม่ว่าขายได้หรือไม่ได้ |
| 3 |
ค่าขายสินค้าได้ (Final value eBay fee) |
จ่ายเฉพาะหลักจากขายสินค้าได้ |
| 4 |
ค่าบริการของ Paypal |
จ่ายเฉพาะเวลารับเงิน (กรณีเป็นผู้ขาย) |
| 5 |
ค่าเช่าพื้นที่เก็บรูป หรือใช้บริการ Auctiva.com เพื่อโปรโมทสินค้า |
Basic ประมาณ $2.9 USD
(เดือนแรกฟรี) |
| ุ6 |
ค่าเช่าเพื่อเปิดหน้าร้านบน eBay |
เริ่มต้นที่ $15-16 USD
(ในกรณีขายสินค้าจำนวนมากควรใช้) |
|
| |
| โปรแกรมที่ใช้งานบน eBay |
- โปรแกรม eBay Destop ช่วยให้ดูข้อมูลรายการต่างๆ ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องเข้าเว็บไซต์ eBay ทำให้ง่ายต่อการติดตามการเคลื่อนไหวของสินค้า [ Go ]
- เว็บไซต์ที่ใช้คำนวณราคาตั้งขายบนอีเบย์แล้วไม่ขาดทุน [ Go ]
- โปรแกรม Turbo lister ช่วยจัดการสินค้าก่อนนำขึ้น eBay (สินค้ามากกว่า 10 รายการ) [ Go ]
|
| |
| ห้ามคัดลอกข้อความโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต |